การละเล่นของไทย

การละเล่นของไทย ในอดีต

การละเล่นของไทย ในเมื่อสมัยก่อนที่เด็กบางคนอาจไม่เคยรู้จักหรือไม่เคยได้ยินเพราะยุคสมัยนี้ก็เล่นกันแต่เกมมือถือมาลองย้อนอดีตในสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย มากันดูว่าสมัยก่อนเด็กๆในสมัยนั้นเล่นอาไรกันบ้าง

ขี่ม้าส่งเมือง

ขี่ม้าส่งเมือง การเล่นเกมนี้คือจะแบ่งฝ่ายออกเป็นสองข้างๆละเท่ากัน จะมีเจ้าเมืองหนึ่งคนนั่งอยู่ตรงกลาง และฝ่ายที่เริ่มจะส่งลูกทีมมาหนึ่งคน และกระซิบชื่อเบาๆที่หูของเจ้าเมือง และเมื่ออีกฝ่ายออกมาหาเจ้าเมืองเป็นคนที่ถูกกระซิบชื่อไว้เจ้าเมืองจะร้อง ว่า โป้ง จะเล่นกันแบบนี้จนฝ่ายไหนคนหมดก่อนก็จะแพ้และโดนขี่หลังมาอีกฝั่ง เป็นอันจบเกม

กระโดดเชือก

การเล่นกระโดเชือกนี้ก็จะแบ่งออกเป็นสองทีม จะใช้เชือกแกว่งไปทางเดียวกันผู้เล่นก็จะต้องกระโดให้พ้น ห้ามโดนเชือกเด็ดขาด และจะมีการร้องเพลงผู้เล่นก็จะกระเชือกไปถ้าโดนเชือกก็ถือว่าตายหมดสิทธิเล่นในรอบนั้นและเพื่อนๆจะต้องมาทำแทนในส่วนของคนที่ตายไปแล้วด้วย

กระโดดหนังยาง

กระโดดหนังยางนี้ จะต่างจากการกระโดดเชือกคือจะนำหนังยางมาร้อยความยาวตามต้องการ และจะแบ่งสองทีม แต่จะมีการไต่ระดับความสูงในการกระโดดคือมีตั้งแต่ตาตุ่ม จนถึงศีรษะ กติกาเหมือนกับการกระโดดคือตาย ต้องให้เพื่อนกระโดดใช้

กระต่ายขาเดียว

กระต่ายขาเดียวมีวิธีเล่น คือการแบ่งข้างกัน แล้วให้ตั้งชื่อที่มีพยางค์ให้ครบจำนวนคนในทีมอย่างเช่น มีสามคนอาจจะตั้งว่า ดอกมะลิ ให้อีกฝ่ายเรียกชื่ออย่างเลือกชื่อว่ามะ คนในทีมที่ถูกตั้งชื่อนี้ก็จะออกมาไล่จับอีกฝ่ายโดยดารกระโดดขาข้างเดียวไล่จับอีกฝ่ายโดยการแตะตัว โดยจะมีการขีดเส้นเขตไว้ห้ามออกนอกเส้นเด็ดขาดไล่จับจนหมดคนในทีม ถือเป็นอันชนะ

โพงพาง

โพงพาง มีวิธีเล่นคือ จะเลือกผู้เป็นหนึ่งคนมาผูกปิดตาและให้เพื่อนๆจับมือล้อมรอบ และมีการร้องเพลง โพงพางเอย สำเภาเข้ารอบ ปูปลาตาบอดเข้ารอบโพพาง แล้วถามปลาเป็น หรือ ปลาตาย ถ้าเลือกปลาเป็นเพื่อนๆสามารถวิ่งหนีได้ ในเขตที่กำหนด แต่ถ้าเลือกปลาตายห้ามขยับเด็ดขาด และผู้ถูกปิดตาจับใครได้แล้วทายชื่อถูก คนนั้นก็จะมาเป็นแทน แต่ถ้าท้ายชื่อผิดก็จะต้องเป็นต่อไป

การละเล่นของไทยมีมากมายอาจจะยกมาไม่หมด ที่ได้กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการละเล่นไทยในอดีต ซึ่งหาแค่อุปกรณ์ในบ้านก็สร้างความสนุกสนานในครอบครัวได้แล้ว