YVES SAINT LAURENT 1 ใน 15 ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

ถ้าเราพูดถึงโลกแฟชั่น ในหัวของเราก็จะผลุดแบรนด์ชั้นนำขึ้นมาเต็มไปหมดเลยทีเดียว

อยากจะบอกว่าแบรนด์เหล่านั้นไม่ใช่แค่ผลุดขึ้นมาเฉยๆให้เราได้ซื้อการดีไซด์ของพวกเขานะ แต่ที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นเป็นเจ้าของตลาดแฟชั่นจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงโลกของแฟชั่นอีกด้วย ไม่ใช่แค่กระแสประเดี๋ยวประด๋าว แต่พวกเขานั้นเป็นคนที่ชักจูงแนวความคิดด้านแฟชั่นของทุกคนบนโลกเลยทีเดียว นั้นทำให้แบรนด์เหล่านั้นยังอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ แล้วก็เป็นตัวอย่างให้กับแบรนด์ใหม่ๆอยู่เสมอ

คนแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ อีฟ แซงตจ์ โลรองต์

นี่คือตำนานแห่งวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้ การแต่งตัวของเขาที่จะเน้นไปในทางเนียบตลอด ไม่ว่าจะเวลาไหน ถ้ามีผู้คนได้เห็นเขา ก็จะเห็นแต่แบบเทพบุตรสุดเนียบตลอดเวลา เขาไม่เคยปล่อยตัวเองให้แต่งตัวทรุดโทรมหรือไม่เข้ากันในชุดเลย เขานั้นจึงถูกจดจำได้อย่างง่ายดายในสมัยนั้นเพราะความเนียบที่ไม่มีใครเกินนี่แหละ ซึ่งนั้นเป็นเหตุให้ชีวประวัติเขาได้ถูกไปทำเป็นหนัง แถมทำสองครั้งอีกด้วย

เขานั้นแสดงให้เห็นว่านักออกแบบเสื้อผ้าที่เนียบๆนั้นก็ควรจะแสดงให้ทุกคนประจักเป็นตัวอย่างถึงความเนียบอีกด้วย งานออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นของเขาก็เหมือนกับตัวเขานั้นเอง ถ้าปล่อยให้ตัวเองแต่งตัวอะไรก็ไม่รู้แล้วจะเรียกตัวเองว่านักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นได้อย่างไร แบบเดียวกันกับช่างตัดผมอะแหล่ะ

 

ลองนึกภาพเราเดินเข้าร้านตัดผมแล้วช่างที่จะตัดให้เราตัดผมทรงอะไรไม่รู้ เราก็จะแถบไม่อย่างตัดกับคนนี้เลย นั้นแหละ คืออุดมคติอันยิ่งใหย่ของ อีฟ แซงต์ โลรองต์

การแต่ตัวของเขานั้นถือเป็นต้นแบบให้กับเหล่าผู้คนในสมัยนั้นอย่างมาก มีคนแต่งตัวแบบเขาอยู่ทั่วไปเลยล่ะ แม้แต่ในหนังหรือวงการเพลง จนถึงทุกวันนี้ถ้าใครคิดจะแต่งตัวแนววินเทจก็จะเห็นการแต่งตัวสไตล์เขาคนนี้นี่แหละ เป็นไงล่ะคนๆนึงเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นโลกจนถึงทุกวันนี้ฤฑ

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

ปรัชญา ปิ่นแก้ว หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

สุดยอดผู้กำกับที่ทำหนังไทยดังๆมาหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นเป็นยุคและช่วงเดียวกันเกือบหมด

ก็เลยเป็นหนังเข้าโรงช่วงที่ประเทศไทยเราเริ่มมีกระแสหนังไทยที่ดี เอาจริงๆแล้วพูดไม่หมดหรอกกับหนังของผู้กำกับคนนี้ เรียกได้ว่าเจนจัดอย่างมากในวงการภาพยนต์ หนังสร้างชื่อมีอยู่มากมาย

อย่างเช่น Fake โกหกทั้งเพ คนผีปีศาจ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 7ประจัญบาน เฉิ่ม นี่ก็เป็นเรื่องดังๆหลายเรื่องแล้วนะ แต่เรื่องที่ทำให้พี่ปรัชญาดังเป็นพลุแตกก็ต้องเป็นเรื่อง องค์บาก แล้วก็ ต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นหนังที่ดังออกไปนอกประเทศเลยละ

องค์บาก กับ ต้มยำกุ้ง ก็ถูกนำแสดงด้วยดาราที่ฮอตที่สุดในช่วงนั้นอย่าง หม่ำ แล้วก็ โทนี่จา

ซึ่งนั้นก็ทำต้องบอกเลยว่า คิวบู้ของ พี่จา นั้น ทำออกมาได้ฮือฮากันทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเป็นสตั้นแมน จนถึงปัจจุบันได้กลายเป็นดาราหนังหลายต่อหลายเรื่อง ดังไปถึงหนังฮอร์ลีวูด แล้วก็หนังจีนอีกด้วย นี่ถือว่าเป็นหนังสร้างอนาคตให้กับ โทนี่จา เลยก็ว่าได้ ใครได้ดูหนัง ต้มยำกุ้งแล้วล่ะก็ ต้องอึ้งกับฉากต่อสู้ที่เทคเดียวยาวๆตรงบันไดวน ที่ทำเอาชาวต่างชาติอึ้งกันไปเลย

ใครจะแสดงคิวบู้ได้แบบไม่ต้องหยุดเลยได้แบบเขาคนนี้ แล้วก็ยังมีหนังที่พยายามสร้างชื่อให้กับดาราบู้อีกมากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โด่งดังเหมือน โทนี่จา แต่ก็ทำหนังออกมาได้มันส์หยดที่เดียว อย่างเรื่อง ช็อคโกแลต แล้วก็หนังรักรวมหลายผู้กำกับอย่างเรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ ที่พี่เขาได้กำกับในตอนของหวาน

โดยภายหลังพี่ปรัชญาก็ได้แยกตัวออกมาเปิดเป็นบริษัทหนังของตัวเอง เป็นบริษัทอาร์เอสฟิล์ม แล้วยังมีเปิดค่ายเพลงอีกด้วย ซึ่งก็คงได้เห็นผลงานของพี่แกบ้างแล้วล่ะ ที่เริ่มต้นหนังมาด้วยบาแรมยู

ถือว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างผลงานออกมาได้อย่างมากมายหลายเรื่องจนทำเอายากที่จะหาผู้กำกับคนไหนสร้างหนังได้เยอะเท่าเขาแล้ว

 

ขอขอบคุณบทความจากเว็บ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Night Mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

โหมดนี้เป็นหนึ่งในโหมดพิเศษที่ได้มีในกล้องดิจิตอลยุคใหม่ๆ เพราะว่าโหมดนี้ใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีค่อนข้างสูงมาก เพราะโหมดนี้จะใช้เทคโนโลยีในการดันภาพตอนกลางคือให้ออกมาเป็นภาพที่สวย หรือว่านำไปใช้ได้ไม่เหมือนกับการถ่ายฟิล์มสมัยก่อนที่เมื่อเราจะถ่ายต้องแสงน้อยหรือกลางคืน จำเป็นต้องใช้แฟลชเท่านั้น แล้วนั้นก็จะทำให้ไม่เห็นถึงภาพฉากหลังใดๆ

จะเห็นเพียงแต่ตัวแบบที่โดนแฟลชแล้วก็ฉากหลังมืดๆนั้นเอง

โหมดนี้จะเป็นโหมดที่ช่วยให้นักถ่ายภาพมือใหม่ปรับมาแล้วใช้ถ่ายที่มืดได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้แฟลช แล้วกล้องก็จะพยายามปรับค่าให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่ตำจนเกินไปเพื่อให้ภาพจะได้ไม่เสีย แล้วหลักการง่ายๆของพื้นฐานก็คือ รูรับแสงจะเปิดกว้างที่สุดอยู่เสมอ แล้วด้วยโปรแกรมที่ไม่พยายามไม่ให้ค่าความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปแล้ว จึงต้องนำตัวแปรของค่า ISO

มาช่วยในการทำให้ภาพสว่างขึ้น ซึ่งนั้นก็จะทำให้ถ้าถ่ายมืดเกินไปจริงๆก็จะทำให้ภาพนั้นมีเกรนสูงแล้วนั้นก็อาจทำให้ภาพเสียได้เช่นกัน เพราะฉนั้นโหมดนี้ก็มีลิมิตในความแสงน้อยเหมือนกัน แล้วก็ต้องบอกเลยว่ากล้องแต่ละตัวก็สามารถทำได้ต่างกัน

ยิ่งตัวโหดราคาสูงก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าแล้วก็ทำให้ถ่ายที่มืดได้ภาพที่ใสกว่ากล้องรุ่นถูกกว่าก็เป็นได้ แล้วแน่นอนเรื่องนี้สมัยนี้ก็ไปไกลมากแล้ว กล้องบางตัวสามารถทำให้ภาพในที่มืดกลายเป็นยังกับตอนมีแสงปกติได้เลย ต้องบอกเลยว่าสุดยอดมากๆ โหมดนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากจะสร้างสรรค์ภาพต้องกลางคือให้สวยดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่แนวแบบต้องการเพียงแค่เก็บภาพ

ถ้าต้องการเพียงแค่เก็บภาพยิ่งในปาร์ตี้แล้วละก็ ก็อยากจะแนะนำให้หาซื้อแฟลชมาใช้จะดีกว่า ได้รูปหวังผลมากกว่า เดี๋ยวนี้ราคาแฟลชก็ไม่ค่อยแพงแล้วด้วย ขึ้นอยู่กับการใช้งานอะนะว่าใช้แบบไหน

ถ้าแนวสตูที่ต้องการใช้สภาพแสงหลายแบบนั้นก็ต้องซื้อตัวที่มีฟังค์ชั่นสูงๆหนอ่ย

Sandro Botticelli สุดยอดจิตรกรของโลก

จิตรกรคนนี้ต้องเรียกว่าเป็นจิตรกรยุคเก่าแก่ อยู่แถวยุคเรอเนสซองส์ตอนต้น

ซึ่งถือว่าเป็นจิตรกรรุ่นพี่ของดาวินชี เขาได้สร้างผลงานและโด่งดังก่อนใครๆ แล้วเขานั้นก็เป็นจิตรกรที่เกิดในเมืองที่มีแต่คนดังๆมาเกิดกัน คือเมืองฟลอเรนซ์ เขานั้นมีผลงานที่เป็นตำนานหลายชิ้นที่เราพอจะได้เห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ

เขานั้นไม่ได้เป็นจิตรกรแต่แรก แต่ก็มีความรักให้งานวาดตั้งแต่ที่เขายังเป็นช่างทอง เป็นผู้ช่วยให้กับช่างทองแถวบ้าน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเขาก็ได้ทำตามความฝันกับการเป็นจัตรกร แล้วก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยเลย เขานั้นเป็นจิตรกรภายใต้สังกัดของตระกูลเมดิชี เป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่มากในการปกครองเมืองนี้

แล้วเข้าก็เลยได้รับชื่อเสียงกระช่อน ถึงขึ้นได้เป็นดั่งผู้ตัดสินงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงต่อจากเขาอย่าง ดาวินชี แล้วก็ไมเคิลแองเจโล แต่นั้นก็เป็นเพียงยุคที่เขารุ่งโรจน์เท่านั้น

เพราะช่วงบั้นปลายชิวิตเขานั้นค่อนข้างตกต่ำพอสมควรเลยล่ะเพราะตระกูลใหญ่ที่คอยหนุนหลังเขานั้นได้หมดอำนาจลงไป ถึงแม้ตัวเขานั้นจะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ ผลงานของเขาก็ยังยิ่งใหญ่และโด่งดังอยู่เสมอๆ

 

บอตติเชลลี นั้นมีการวาดรูปสไตล์โบราณ เพราะเขานั้นเป็นยุคบุกเบิกเลยล่ะ

งานของเขานั้นค่อนข้างมีความประณีตยิ่งนัก งดงามอ่อนหวานตามสไตล์การวาดรูปบนผนังโบสถ์เลยล่ะ แต่นั้นก็ไม่ใช่งานถนัดของเขานักแต่ก็ทำได้ดีในงานรวมศิลปินในยุคนั้นวาดรูปผนังโบสถ์ซิสติน

งานรูปของบนผนังโบสถ์นั้นก็เป็นที่โด่งดังอย่างมาก

ศิลปินคนนี้ต้องถือว่าเป็นศิลปินที่อาภัพรักเพราะความรักของเขานั้นไม่สมหวัง และได้เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะวาดรูปที่นำหน้าของเธอคนนั้นมาเป็นแบบ แม้แต่ภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาและของโลกใบนี้ก็คือ Birth of Venus และความโรแมนติกของเขาก็คือ เขานั้นได้ขอให้ฝังร่างเขาไว้ใกล้กับหญิงสาวที่เขารัก