Night Mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

โหมดนี้เป็นหนึ่งในโหมดพิเศษที่ได้มีในกล้องดิจิตอลยุคใหม่ๆ เพราะว่าโหมดนี้ใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีค่อนข้างสูงมาก เพราะโหมดนี้จะใช้เทคโนโลยีในการดันภาพตอนกลางคือให้ออกมาเป็นภาพที่สวย หรือว่านำไปใช้ได้ไม่เหมือนกับการถ่ายฟิล์มสมัยก่อนที่เมื่อเราจะถ่ายต้องแสงน้อยหรือกลางคืน จำเป็นต้องใช้แฟลชเท่านั้น แล้วนั้นก็จะทำให้ไม่เห็นถึงภาพฉากหลังใดๆ

จะเห็นเพียงแต่ตัวแบบที่โดนแฟลชแล้วก็ฉากหลังมืดๆนั้นเอง

โหมดนี้จะเป็นโหมดที่ช่วยให้นักถ่ายภาพมือใหม่ปรับมาแล้วใช้ถ่ายที่มืดได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้แฟลช แล้วกล้องก็จะพยายามปรับค่าให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่ตำจนเกินไปเพื่อให้ภาพจะได้ไม่เสีย แล้วหลักการง่ายๆของพื้นฐานก็คือ รูรับแสงจะเปิดกว้างที่สุดอยู่เสมอ แล้วด้วยโปรแกรมที่ไม่พยายามไม่ให้ค่าความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปแล้ว จึงต้องนำตัวแปรของค่า ISO

มาช่วยในการทำให้ภาพสว่างขึ้น ซึ่งนั้นก็จะทำให้ถ้าถ่ายมืดเกินไปจริงๆก็จะทำให้ภาพนั้นมีเกรนสูงแล้วนั้นก็อาจทำให้ภาพเสียได้เช่นกัน เพราะฉนั้นโหมดนี้ก็มีลิมิตในความแสงน้อยเหมือนกัน แล้วก็ต้องบอกเลยว่ากล้องแต่ละตัวก็สามารถทำได้ต่างกัน

ยิ่งตัวโหดราคาสูงก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าแล้วก็ทำให้ถ่ายที่มืดได้ภาพที่ใสกว่ากล้องรุ่นถูกกว่าก็เป็นได้ แล้วแน่นอนเรื่องนี้สมัยนี้ก็ไปไกลมากแล้ว กล้องบางตัวสามารถทำให้ภาพในที่มืดกลายเป็นยังกับตอนมีแสงปกติได้เลย ต้องบอกเลยว่าสุดยอดมากๆ โหมดนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากจะสร้างสรรค์ภาพต้องกลางคือให้สวยดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่แนวแบบต้องการเพียงแค่เก็บภาพ

ถ้าต้องการเพียงแค่เก็บภาพยิ่งในปาร์ตี้แล้วละก็ ก็อยากจะแนะนำให้หาซื้อแฟลชมาใช้จะดีกว่า ได้รูปหวังผลมากกว่า เดี๋ยวนี้ราคาแฟลชก็ไม่ค่อยแพงแล้วด้วย ขึ้นอยู่กับการใช้งานอะนะว่าใช้แบบไหน

ถ้าแนวสตูที่ต้องการใช้สภาพแสงหลายแบบนั้นก็ต้องซื้อตัวที่มีฟังค์ชั่นสูงๆหนอ่ย

Sandro Botticelli สุดยอดจิตรกรของโลก

จิตรกรคนนี้ต้องเรียกว่าเป็นจิตรกรยุคเก่าแก่ อยู่แถวยุคเรอเนสซองส์ตอนต้น

ซึ่งถือว่าเป็นจิตรกรรุ่นพี่ของดาวินชี เขาได้สร้างผลงานและโด่งดังก่อนใครๆ แล้วเขานั้นก็เป็นจิตรกรที่เกิดในเมืองที่มีแต่คนดังๆมาเกิดกัน คือเมืองฟลอเรนซ์ เขานั้นมีผลงานที่เป็นตำนานหลายชิ้นที่เราพอจะได้เห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ

เขานั้นไม่ได้เป็นจิตรกรแต่แรก แต่ก็มีความรักให้งานวาดตั้งแต่ที่เขายังเป็นช่างทอง เป็นผู้ช่วยให้กับช่างทองแถวบ้าน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเขาก็ได้ทำตามความฝันกับการเป็นจัตรกร แล้วก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยเลย เขานั้นเป็นจิตรกรภายใต้สังกัดของตระกูลเมดิชี เป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่มากในการปกครองเมืองนี้

แล้วเข้าก็เลยได้รับชื่อเสียงกระช่อน ถึงขึ้นได้เป็นดั่งผู้ตัดสินงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงต่อจากเขาอย่าง ดาวินชี แล้วก็ไมเคิลแองเจโล แต่นั้นก็เป็นเพียงยุคที่เขารุ่งโรจน์เท่านั้น

เพราะช่วงบั้นปลายชิวิตเขานั้นค่อนข้างตกต่ำพอสมควรเลยล่ะเพราะตระกูลใหญ่ที่คอยหนุนหลังเขานั้นได้หมดอำนาจลงไป ถึงแม้ตัวเขานั้นจะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ ผลงานของเขาก็ยังยิ่งใหญ่และโด่งดังอยู่เสมอๆ

 

บอตติเชลลี นั้นมีการวาดรูปสไตล์โบราณ เพราะเขานั้นเป็นยุคบุกเบิกเลยล่ะ

งานของเขานั้นค่อนข้างมีความประณีตยิ่งนัก งดงามอ่อนหวานตามสไตล์การวาดรูปบนผนังโบสถ์เลยล่ะ แต่นั้นก็ไม่ใช่งานถนัดของเขานักแต่ก็ทำได้ดีในงานรวมศิลปินในยุคนั้นวาดรูปผนังโบสถ์ซิสติน

งานรูปของบนผนังโบสถ์นั้นก็เป็นที่โด่งดังอย่างมาก

ศิลปินคนนี้ต้องถือว่าเป็นศิลปินที่อาภัพรักเพราะความรักของเขานั้นไม่สมหวัง และได้เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะวาดรูปที่นำหน้าของเธอคนนั้นมาเป็นแบบ แม้แต่ภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาและของโลกใบนี้ก็คือ Birth of Venus และความโรแมนติกของเขาก็คือ เขานั้นได้ขอให้ฝังร่างเขาไว้ใกล้กับหญิงสาวที่เขารัก