ขาตั้งกล้องจิ๋ว ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

สำหรับเจ้าขาตั้งกล้องจิ๋วนี้ เราจะมองว่ามันไม่เห็นจำเป็นสำหรับเรา แต่ว่าผมก็จะบอกว่า เจ้าขาตั้งกล้องจิ๋วนี้ มีประโยชน์ในบางเวลาอย่างมากเลยนะ แต่ก่อนนั้นผมก็ไม่เข้าใจว่าจะพกทำไม อย่างแรกเลยคือ มันเล็ก แล้วขามันก็เป็นแบบดัดได้ง่ายๆดูไม่แข็งแรง

แล้วมันจะไปใช้อะไรได้ แล้วเราควรเอาไปตั้งบนอะไรหรอก แบบนี้ก็สูงจากพื้นได้เพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง รวมทั้งแล้วจะพกแบบนี้สู้พกขาตั้งกล้องขนาดมาตรฐานไปเลยดีกว่า ที่คิดมาทั้งหมดนั้น ถูกหมดแหละครับ แต่ว่าตัวมันนี้มีประโยชน์อย่างแน่นอน สิ่งแรกเลยก็ต้องความเล็กของมันที่สามารถพกไปไหนก็ได้ อยู่ในกระเป๋าได้สบายๆเลยแหละ

ความสำคัญของมันนั้นเป็นเรื่องเล็กๆปรีกย่อยที่มากมาย อย่างแรกคือ จริงๆแล้วมันไม่ได้ต้องการให้ใช้กับกล้องเท่านั้น เพราะอย่างที่ทราบกันดี มันไม่สามารถแบกรับน้ำหนักของกล้องรวมเลนส์ตัวใหญ่ๆได้เลย มันจึงมีความจำเป็นกับการเล่นไฟ พูดถึงตอนนี้ ตอนนั้นที่ได้ยิน ถึงกับร้องอ่อเลยล่ะ ก็คือ เรามักจะต้องพกแฟลช ถ้าเป็นตากล้องสายใช้แฟลชนะ แล้วเจ้าแฟลชนี้สามารถเล่นกับกล้องในระยะไกลได้ด้วย สามารถทำให้เกิดเป็นการเล่นทิศทางแสงนั้นเอง แล้วเจ้านี้ก็มีเอาไว้ตั้งแฟลชได้นั้นเอง ต่อมาก็ไฟ LED นั้นเอง

ใช้ได้ง่ายๆเลยเช่นกัน ก็สามารถที่จะตั้งเล่นทิศทางแสงได้เช่นกัน เพราะส่วนมากแล้วแฟลชกับแสง LED นั้นไม่ค่อยมีแบบขาตั้งกล้องหรอก และนั้นก็เป็นหน้าที่ของมันล่ะที่จะเป็นคนตั้งให้ แล้วก็จริงอยู่แหละ ที่ว่ากล้องนั้นใหญ่ไป แต่ใช่ว่าใช้ไมได้นะ ถ้าเล็กเล็กๆสั้นๆก็สามารถตั้งได้เช่นกัน แต่ก็ต้องหาศูนย์ถ่วงให้ดีๆ อย่าให้คว่ำได้ แต่บอกเลยตรงๆว่าผมไม่เสี่ยงใช้หรอกนะ มันน่ากลัวเกินไปสำหรับการตั้งบนขาอ่อนๆแบบนั้น แต่ถ้ามองว่าดีกว่าไม่มีเลยก็น่าพกอยู่นะ

จริงๆแล้วขาวจิ๋วๆแบบนี้มันสามารถตั้งกล้องคอมแพค หรือกล้องที่ไม่ใหญ่ระดับ DSLR หรือกล้องเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้นำ ใช้ได้เลย ถ้าใครใช้กล้องแบบนั้นก็สามารถใช้ได้ไม่ต้องห่วงเลย แต่ตัวผมเองนั้นใช้กล้อง Mirrorless ตัวเปลี่ยนเลนส์ แถมเลนส์ที่เล่นก็มีแต่ยักๆทั้งนั้น รวมทั้งเล่นเลนส์เก่าด้วย ส่วนมากก็จะเป็นเลนส์เหล็กหนักๆเลย ซึ่งค่อนข้างหนักไปทางด้านหน้าเลนส์ เพราะฉนั้นแม้แต่ขาตั้งกล้องจริงๆ ยังต้องยึดดีๆแล้วก็ต้องเลือกตัวที่ใหญ่พอรับน้ำหนังได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วขาตั้งกล้องจิ๋วนี้หมดสิทธิ์เลย

 

ขอบคุณ  Gclub ฟรี 500  ที่ให้การสนับสนุน

หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ภาพกิจวัตรประจำวัน หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

แนวนี้ง่ายๆเลย จริงๆแล้วภาพแนวนี้เป็นภาพแนวที่ถ่ายได้อย่างง่ายดายที่สุดแล้ว เพราะว่าไม่จำเป็นต้องเตรียมการอะไรมากเลย และแถมไม่ต้องแต่งตัวหรือแต่งหน้าให้เวอร์วังอะไร เพราะภาพแนวนี้นั้น แสดงถึงความเป็นไลฟ์สไตล์ แสดงถึงเวลาอยู่บ้านสบายๆ เน้นไปในเรื่องกิจวัตรประจำวันที่เหล่าสาวๆทำกัน จริงๆแล้วก็เป็นท่านชายด้วยก็ได้เช่นกัน

ภาพแนวนี้ก็จะเห็นอยู่บ้างกับแนวโฆษณาความเป็นไลฟ์สไตล์ เช่นพวกขายคอนโด ขายที่อยู่อาศัย หรือว่าขายความสุขในชีวิตแบบธรรมดาๆทั้งหลาย อะไรก็ตามแต่เถอะ เพราะภาพเทคนนิคนนี้สุดท้ายแล้วก็เป็นการแสดงถึงความสบายๆนั้นแหละ จะเอาไปใช้กับอะไรก็ได้ที่ต้องการสื่อถึงเรื่องนี้

การจัดเตรียมนั้นแทบไม่จำเป็น เพราะเป็นไลฟ์สไตล์การอยู่กับบ้าน ดังนั้นแล้วสามารถทำได้เลยสถานที่ในบ้านที่มีกระจก อย่างกระจกห้องน้ำ หรือกระจกที่เราใช้แต่งตัว เราจะให้มีฉากและภาพสะท้อนที่มีเป็นไลฟ์สไตล์ที่สุดยิ่งดี แต่ก็อย่าให้รกเกินไป หรือเข้าขั้นดูสกปรกล่ะ ดังนั้นแล้ว ก็ต้องจัดฉากหลังที่สะท้อนกับกระจกนิดหน่อย ไม่ใช่ว่าเป็นราวพาดผ้าแล้วเล่นมีผ้าขี้ริ้วหรือ เกงในอยู่ ก็ไม่ไหวนะ ต่อไปก็ตัวแบบที่แต่งตัวยังไงก็ได้ จะเหมือนกับอยู่บ้านหรือแต่งตัวออกนอกบ้านก็ได้ แต่เป็นแบบอยู่บ้านจะดูไลฟ์สไตล์มากกว่า ต่อมาก็ทำท่าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันได้เลย

อย่าง จะหวีผม เป่าผมหลังจากอาบน้ำเสร็จ หรอืจะเป็นพยายามจัดผมก็ได้เลย ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องให้แบบทำเสร็จก็ได้ ให้เป็นผมที่มีความยุ่งๆนิดๆก็ดีเหมือนกัน ทำให้ดูมีความเซ็กซี่เล็กๆ แบบนี้ถือเป็นการง่ายกับแบบมากๆ จะมีเพียงการแต่งหน้า ที่ไม่ได้ยากหรอก แต่ต้องแต่งแนวอ่อนๆเหมือนอยู่กับบ้านก็ยังสวยอยู่แบบนั้น ถ้าเป็นคนหน้าดีอยู่แล้ว ไม่แต่เลยก็รอด

แบบนี้ก็จัดได้เลยเหมือนกัน ไม่ได้สำคัญมากเรื่องแต่งหน้า ต่อไปก็จัดกรอบให้เฉียงไม่เห็นตากล้องเช่นเดิม แล้วก็เห็นหลังของตัวแบบเล็กน้อย ภาพสะท้อนก็เอียงไปทางใดทางนึงนิดหน่อย ไม่ควรอยู่ตรงกลาง แต่ก็ไม่ควรเปะมากเหมือนตั้งใจ มันจะไม่เข้ากับโจทย์ไลฟ์สไตล์นั้งเอง

การถ่ายแบบนี้สามารถนำภาพไปใช้กับเรื่องใดก็ได้เพราะมันเป็นภาพไลฟ์สไตล์ดูแล้วสะบายตา ไม่ได้ดูเคร็งเครียดอะไร แล้วก็ไม่ได้ดูจริงจังเกินไป ดังนั้นแล้วเป็นแนวการถ่ายที่ดีมากๆสำหรับเหล่าคนที่เริ่มต้นอยากจะลองถ่ายแบบสะท้อนกับกระจก ไม่ต้องซีเรียส และก็ลงได้สบายกับโซเชียล

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง

สร้างความคุ้นเคยต่อบุคคลอื่นเวลาถ่ายภาพ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งชอบในการถ่ายภาพ ไม่ว่าเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น คุณต่างก็จะการถ่ายภาพที่ชอบและเป็นความถนัดส่วนตัวของตัวคุณเองอย่างแน่นอน ที่เรากำลังจะบอกอยู่นี้ไม่ใช่การถ่ายภาพมุมเดิมๆ ที่คุณชอบถ่ายหรอก แต่ที่หมายถึงก็คือ ลักษณะการถ่ายภาพต่างหาก

ลักษณะการถ่ายภาพนั้นมีหลากหลายแบบที่คุณชอบในการถ่ายอย่าง การถ่ายภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม คุณจะชอบและถนัดถ่ายเมื่อคุณเจอต้นไม้ ดอกไม้ หรือธรรมชาติ หรืออีกแบบคือการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม คุณจะชอบการถ่ายวัตถุสิ่งของ อาคาร บ้านเรือน หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ซึ่งหลายคนนั้นอาจจะมองว่าการถ่ายภาพลักษณะแบบนี้นั้นง่าย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ต้องสื่อสารอะไร แต่มันจะจริงเหรอ การถ่ายภาพลักษณะนี้คุณจะต้องเข้าใจองค์ประกอบหลายอย่างเลยนะ แต่นี่เป็นแค่ตัวอย่างเท่านั้น เพราะในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการถ่ายภาพอีกลักษณะหนึ่งนั้นก็คือ การถ่ายภาพบุคคล

การถ่ายภาพแบบนี้แน่นอนว่ามันก็บอกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องบุคคล หรือที่เราต่างก็เรียกว่า แบบ นางแบบ นายแบบ ซึ่งการที่เราจะถ่ายภาพบุคคลนั้นสิ่งหนึ่งเลยคือคุณจะต้องมีเรื่องราวที่คุณต้องการ หรือธีมงานนั้นเอง คุณจะต้องทราบจุดประสงค์ของภาพถ่ายที่คุณต้องการก่อน และตามมาด้วยองค์ประกอบอื่นๆอย่าง เสื้อผ้า การแต่งหน้า ที่จะเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ภาพถ่ายที่จะออกมาของคุณนั้นเป็นไปในทิศทางที่คุณต้องการ

และอีกสิ่งหนึ่งสำคัญไม่ใช่แค่เราวางบทบาททิ้งไว้ให้แบบหรือบุคคลคนนั้นอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งนี้เรียกได้ว่าจะช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายเป็นที่พึงพอใจและตามความต้องการของคุณมากขึ้น คือการสื่อสารอารมณ์ ในขณะที่คุณถ่ายนั้นคุณก็เปรียบเสมือนผู้กำกับ ที่สามารถสร้างอารมณ์ให้กับแบบได้

เพราะในบางทีนั้นการที่แบบทำตามโจทย์นั้นจะเข้าใจเพียงแค่ตัวของแบบ แต่มันอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่คุณคิดเอาไว้ ฉะนั้นแล้วตัวคุณควรสร้างอารมณ์คอยพูดคุยกับแบบเพื่อให้เกิดความคุ้นชินกัน เพื่อที่จะทำให้ราบรื่นและสำเร็จไปอย่างลุล่วงได้ดี หรือต่อให้คุณไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ แต่แค่ถ่ายรูปให้ใครสักคนหนึ่ง หน้าที่การจัดวางภาพนั้นก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของคุณอยู่ดี

แล้วถ้าคุณเป็นมือใหม่หรือสมัครเล่นที่กำลังฝึกการถ่ายภาพอยู่ ถือว่าได้สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณไม่จำเป็นต้องกลัวว่าแบบจะไม่ทำตามคุณ ตราบใดที่คุณเป็นผู้ถือกล้อง คุณจะทราบดีว่าในเวลานั้นต้องทำอย่างไรเพื่อให้ภาพออกมาสวย ทั้งภาพสวย และแบบก็สวยด้วยเช่น เพื่อที่จะทำให้ตัวเองนั้นคุ้นชินกับการจัดวางองค์ประกอบภาพได้ดีขึ้น และเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะทำให้คุณพัฒนาทางด้านการถ่ายเพิ่มยิ่งขึ้น

 

ขอบคุณ  บาคาร่าออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

ศิลปะร่วมสมัย

แม้ตั้งใจจะแบ่งภาพซีกขวาให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับอินเดียวและซักซ้ายนั้นเล่าเรื่องประเทศไทย แต่ภาพทั้งสองฝั่งนั้นกลับแทบไม่มีความแตกต่าง โดยภาพวาดเหล่านี้นั้นมีการปรากฏของแม่น้ำหลายสาย และนาข้าวสะท้อนวิถีทางเกษตรกรรมและวิถีการใช้ที่มีความคล้ายคลึงกันระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย เป็นผลงานที่มีความสวยงามและน่าสนใจมาก โดยภาพวาดนี้จัดนำเสนอขึ้นโดยศิลปินชาวอินเดีย มีการจัดนำเสนอในนิทรรศการอินโดไทยแลนด์ที่มีการรวบรวมศิลปินจากไทยและอินเดียมาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองผ่านศิลปะร่วมสมัย 

ศิลปินชาวอินเดียได้บอกว่าเค้าได้เลือกใช้สัญลักษณ์ที่ชาวไทยและชาวอินเดียมีความเข้าใจและรู้ถึงความหมายสิ่งนั้นๆร่วมกัน เช่น ดอกบัว ที่มีความหมายถึงความดีงามนั่นเอง ความเข้าใจทางศิลปะนี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยและอินเดียนั้นมีความคล้ายคลึงกันในด้านวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ การใช้ภาษาและรวมไปถึงสิ่งที่สำคัญคือการนับถือศาสนาพุทธ 

ศิลปะที่มีการทำขึ้นมานั้นเป็นการกล่าวถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวไม่ว่าจะเป็นในสิ่งที่เห็นจากทั้งไทยและอินเดียหรือจากจินตนาการที่เค้ามี มาถ่ายทอดผ่านภาพวาดที่สวยงาม แม้ว่าจะเป็นศิลปะร่วมสมัยแต่ศิลปินทั้งชาวไทยและอินเดียนั้นจะมีเทคนิคและแนวคิดที่แตกต่างกันไป ทั้งเทคนิคสื่อผสมโดยการใช้ดินสอสเก็ตภาพและการเพิ่มมิติด้วยเรซิ่น และศิลปินอินเดียสร้างผลงานผ่านภาพพิมพ์แต่ไม่มีการยึดติดกับการแขวนบนผนังและใช้ศิลปะในการจัดวางเข้ามาเพื่อเพิ่มจุดเด่นแทนที่จะยึดติดกับการแขวนเพียงอย่างเดียว

ศิลปะที่การสร้างสรรค์นั้นจะเป็นศิลปะที่แสดงถึงศิลปะต่างๆตั้งแต่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กหรือจากการดูหนัง แต่จริงๆแล้วนั้นศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์โดยคนอินเดียวนั้นมีอะไรที่แตกต่างจากที่เราเคยพบเห็นมาและผลงานนั้นยังมีความอินเตอร์อยู่ด้วย จากประเทศที่เรามองว่าเป็นภารตะหรือศิลปะแบบแขกๆนั่นเอง ซึ่งถือว่าศิลปินชาวอินเดียนั้นได้สร้างสรรค์ผลงานและถ่ายทอดออกมาได้อย่างร่วมสมัยมากๆ

ภาพมัสยิด ตึกที่ทันสมัยและบ้านทรงไทยสร้างสรรค์ด้วยสีอะคิลิคเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ไปเยือนชุมชนในจังหวัดกาญจนบุรีฝีมือของศิลปินไทย เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความเป็นพาหุวัฒนธรรมได้อย่างดีและได้เห็นว่าวัฒนธรรมของไทยไม่ได้ต่างไปจากอินเดียมากสักเท่าไหร่ โดยในภาพจะบอกเรื่องราวต่างๆไว้อย่างสวยงาม โดยนิทรรศการที่ได้จัดขึ้นในครั้งนี้ศิลปินไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้แนวคิดของไทยและอินเดีย แต่ยังได้แลกเปลี่ยนเทคนิคในศิลปะนั้นๆเพื่อการต่อยอดผลงาน นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยอินโดไทยแลนด์นั้นถือเป็นนิทรรศการที่ยอดเยี่ยมมากๆอีกนิทรรศการหนึ่ง 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ruay

YVES SAINT LAURENT 1 ใน 15 ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

ถ้าเราพูดถึงโลกแฟชั่น ในหัวของเราก็จะผลุดแบรนด์ชั้นนำขึ้นมาเต็มไปหมดเลยทีเดียว

อยากจะบอกว่าแบรนด์เหล่านั้นไม่ใช่แค่ผลุดขึ้นมาเฉยๆให้เราได้ซื้อการดีไซด์ของพวกเขานะ แต่ที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นเป็นเจ้าของตลาดแฟชั่นจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงโลกของแฟชั่นอีกด้วย ไม่ใช่แค่กระแสประเดี๋ยวประด๋าว แต่พวกเขานั้นเป็นคนที่ชักจูงแนวความคิดด้านแฟชั่นของทุกคนบนโลกเลยทีเดียว นั้นทำให้แบรนด์เหล่านั้นยังอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ แล้วก็เป็นตัวอย่างให้กับแบรนด์ใหม่ๆอยู่เสมอ

คนแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ อีฟ แซงตจ์ โลรองต์

นี่คือตำนานแห่งวงการแฟชั่นเลยก็ว่าได้ การแต่งตัวของเขาที่จะเน้นไปในทางเนียบตลอด ไม่ว่าจะเวลาไหน ถ้ามีผู้คนได้เห็นเขา ก็จะเห็นแต่แบบเทพบุตรสุดเนียบตลอดเวลา เขาไม่เคยปล่อยตัวเองให้แต่งตัวทรุดโทรมหรือไม่เข้ากันในชุดเลย เขานั้นจึงถูกจดจำได้อย่างง่ายดายในสมัยนั้นเพราะความเนียบที่ไม่มีใครเกินนี่แหละ ซึ่งนั้นเป็นเหตุให้ชีวประวัติเขาได้ถูกไปทำเป็นหนัง แถมทำสองครั้งอีกด้วย

เขานั้นแสดงให้เห็นว่านักออกแบบเสื้อผ้าที่เนียบๆนั้นก็ควรจะแสดงให้ทุกคนประจักเป็นตัวอย่างถึงความเนียบอีกด้วย งานออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นของเขาก็เหมือนกับตัวเขานั้นเอง ถ้าปล่อยให้ตัวเองแต่งตัวอะไรก็ไม่รู้แล้วจะเรียกตัวเองว่านักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นได้อย่างไร แบบเดียวกันกับช่างตัดผมอะแหล่ะ

 

ลองนึกภาพเราเดินเข้าร้านตัดผมแล้วช่างที่จะตัดให้เราตัดผมทรงอะไรไม่รู้ เราก็จะแถบไม่อย่างตัดกับคนนี้เลย นั้นแหละ คืออุดมคติอันยิ่งใหย่ของ อีฟ แซงต์ โลรองต์

การแต่ตัวของเขานั้นถือเป็นต้นแบบให้กับเหล่าผู้คนในสมัยนั้นอย่างมาก มีคนแต่งตัวแบบเขาอยู่ทั่วไปเลยล่ะ แม้แต่ในหนังหรือวงการเพลง จนถึงทุกวันนี้ถ้าใครคิดจะแต่งตัวแนววินเทจก็จะเห็นการแต่งตัวสไตล์เขาคนนี้นี่แหละ เป็นไงล่ะคนๆนึงเปลี่ยนแปลงวงการแฟชั่นโลกจนถึงทุกวันนี้ฤฑ

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

ปรัชญา ปิ่นแก้ว หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

สุดยอดผู้กำกับที่ทำหนังไทยดังๆมาหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นเป็นยุคและช่วงเดียวกันเกือบหมด

ก็เลยเป็นหนังเข้าโรงช่วงที่ประเทศไทยเราเริ่มมีกระแสหนังไทยที่ดี เอาจริงๆแล้วพูดไม่หมดหรอกกับหนังของผู้กำกับคนนี้ เรียกได้ว่าเจนจัดอย่างมากในวงการภาพยนต์ หนังสร้างชื่อมีอยู่มากมาย

อย่างเช่น Fake โกหกทั้งเพ คนผีปีศาจ บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 7ประจัญบาน เฉิ่ม นี่ก็เป็นเรื่องดังๆหลายเรื่องแล้วนะ แต่เรื่องที่ทำให้พี่ปรัชญาดังเป็นพลุแตกก็ต้องเป็นเรื่อง องค์บาก แล้วก็ ต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นหนังที่ดังออกไปนอกประเทศเลยละ

องค์บาก กับ ต้มยำกุ้ง ก็ถูกนำแสดงด้วยดาราที่ฮอตที่สุดในช่วงนั้นอย่าง หม่ำ แล้วก็ โทนี่จา

ซึ่งนั้นก็ทำต้องบอกเลยว่า คิวบู้ของ พี่จา นั้น ทำออกมาได้ฮือฮากันทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเป็นสตั้นแมน จนถึงปัจจุบันได้กลายเป็นดาราหนังหลายต่อหลายเรื่อง ดังไปถึงหนังฮอร์ลีวูด แล้วก็หนังจีนอีกด้วย นี่ถือว่าเป็นหนังสร้างอนาคตให้กับ โทนี่จา เลยก็ว่าได้ ใครได้ดูหนัง ต้มยำกุ้งแล้วล่ะก็ ต้องอึ้งกับฉากต่อสู้ที่เทคเดียวยาวๆตรงบันไดวน ที่ทำเอาชาวต่างชาติอึ้งกันไปเลย

ใครจะแสดงคิวบู้ได้แบบไม่ต้องหยุดเลยได้แบบเขาคนนี้ แล้วก็ยังมีหนังที่พยายามสร้างชื่อให้กับดาราบู้อีกมากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โด่งดังเหมือน โทนี่จา แต่ก็ทำหนังออกมาได้มันส์หยดที่เดียว อย่างเรื่อง ช็อคโกแลต แล้วก็หนังรักรวมหลายผู้กำกับอย่างเรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ ที่พี่เขาได้กำกับในตอนของหวาน

โดยภายหลังพี่ปรัชญาก็ได้แยกตัวออกมาเปิดเป็นบริษัทหนังของตัวเอง เป็นบริษัทอาร์เอสฟิล์ม แล้วยังมีเปิดค่ายเพลงอีกด้วย ซึ่งก็คงได้เห็นผลงานของพี่แกบ้างแล้วล่ะ ที่เริ่มต้นหนังมาด้วยบาแรมยู

ถือว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างผลงานออกมาได้อย่างมากมายหลายเรื่องจนทำเอายากที่จะหาผู้กำกับคนไหนสร้างหนังได้เยอะเท่าเขาแล้ว

 

ขอขอบคุณบทความจากเว็บ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Night Mode พื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

โหมดนี้เป็นหนึ่งในโหมดพิเศษที่ได้มีในกล้องดิจิตอลยุคใหม่ๆ เพราะว่าโหมดนี้ใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีค่อนข้างสูงมาก เพราะโหมดนี้จะใช้เทคโนโลยีในการดันภาพตอนกลางคือให้ออกมาเป็นภาพที่สวย หรือว่านำไปใช้ได้ไม่เหมือนกับการถ่ายฟิล์มสมัยก่อนที่เมื่อเราจะถ่ายต้องแสงน้อยหรือกลางคืน จำเป็นต้องใช้แฟลชเท่านั้น แล้วนั้นก็จะทำให้ไม่เห็นถึงภาพฉากหลังใดๆ

จะเห็นเพียงแต่ตัวแบบที่โดนแฟลชแล้วก็ฉากหลังมืดๆนั้นเอง

โหมดนี้จะเป็นโหมดที่ช่วยให้นักถ่ายภาพมือใหม่ปรับมาแล้วใช้ถ่ายที่มืดได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้แฟลช แล้วกล้องก็จะพยายามปรับค่าให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่ตำจนเกินไปเพื่อให้ภาพจะได้ไม่เสีย แล้วหลักการง่ายๆของพื้นฐานก็คือ รูรับแสงจะเปิดกว้างที่สุดอยู่เสมอ แล้วด้วยโปรแกรมที่ไม่พยายามไม่ให้ค่าความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไปแล้ว จึงต้องนำตัวแปรของค่า ISO

มาช่วยในการทำให้ภาพสว่างขึ้น ซึ่งนั้นก็จะทำให้ถ้าถ่ายมืดเกินไปจริงๆก็จะทำให้ภาพนั้นมีเกรนสูงแล้วนั้นก็อาจทำให้ภาพเสียได้เช่นกัน เพราะฉนั้นโหมดนี้ก็มีลิมิตในความแสงน้อยเหมือนกัน แล้วก็ต้องบอกเลยว่ากล้องแต่ละตัวก็สามารถทำได้ต่างกัน

ยิ่งตัวโหดราคาสูงก็อาจจะมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าแล้วก็ทำให้ถ่ายที่มืดได้ภาพที่ใสกว่ากล้องรุ่นถูกกว่าก็เป็นได้ แล้วแน่นอนเรื่องนี้สมัยนี้ก็ไปไกลมากแล้ว กล้องบางตัวสามารถทำให้ภาพในที่มืดกลายเป็นยังกับตอนมีแสงปกติได้เลย ต้องบอกเลยว่าสุดยอดมากๆ โหมดนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากจะสร้างสรรค์ภาพต้องกลางคือให้สวยดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่แนวแบบต้องการเพียงแค่เก็บภาพ

ถ้าต้องการเพียงแค่เก็บภาพยิ่งในปาร์ตี้แล้วละก็ ก็อยากจะแนะนำให้หาซื้อแฟลชมาใช้จะดีกว่า ได้รูปหวังผลมากกว่า เดี๋ยวนี้ราคาแฟลชก็ไม่ค่อยแพงแล้วด้วย ขึ้นอยู่กับการใช้งานอะนะว่าใช้แบบไหน

ถ้าแนวสตูที่ต้องการใช้สภาพแสงหลายแบบนั้นก็ต้องซื้อตัวที่มีฟังค์ชั่นสูงๆหนอ่ย

Sandro Botticelli สุดยอดจิตรกรของโลก

จิตรกรคนนี้ต้องเรียกว่าเป็นจิตรกรยุคเก่าแก่ อยู่แถวยุคเรอเนสซองส์ตอนต้น

ซึ่งถือว่าเป็นจิตรกรรุ่นพี่ของดาวินชี เขาได้สร้างผลงานและโด่งดังก่อนใครๆ แล้วเขานั้นก็เป็นจิตรกรที่เกิดในเมืองที่มีแต่คนดังๆมาเกิดกัน คือเมืองฟลอเรนซ์ เขานั้นมีผลงานที่เป็นตำนานหลายชิ้นที่เราพอจะได้เห็นผ่านตาอยู่บ่อยๆ

เขานั้นไม่ได้เป็นจิตรกรแต่แรก แต่ก็มีความรักให้งานวาดตั้งแต่ที่เขายังเป็นช่างทอง เป็นผู้ช่วยให้กับช่างทองแถวบ้าน แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเขาก็ได้ทำตามความฝันกับการเป็นจัตรกร แล้วก็ถือว่าโชคดีไม่น้อยเลย เขานั้นเป็นจิตรกรภายใต้สังกัดของตระกูลเมดิชี เป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่มากในการปกครองเมืองนี้

แล้วเข้าก็เลยได้รับชื่อเสียงกระช่อน ถึงขึ้นได้เป็นดั่งผู้ตัดสินงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงต่อจากเขาอย่าง ดาวินชี แล้วก็ไมเคิลแองเจโล แต่นั้นก็เป็นเพียงยุคที่เขารุ่งโรจน์เท่านั้น

เพราะช่วงบั้นปลายชิวิตเขานั้นค่อนข้างตกต่ำพอสมควรเลยล่ะเพราะตระกูลใหญ่ที่คอยหนุนหลังเขานั้นได้หมดอำนาจลงไป ถึงแม้ตัวเขานั้นจะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ ผลงานของเขาก็ยังยิ่งใหญ่และโด่งดังอยู่เสมอๆ

 

บอตติเชลลี นั้นมีการวาดรูปสไตล์โบราณ เพราะเขานั้นเป็นยุคบุกเบิกเลยล่ะ

งานของเขานั้นค่อนข้างมีความประณีตยิ่งนัก งดงามอ่อนหวานตามสไตล์การวาดรูปบนผนังโบสถ์เลยล่ะ แต่นั้นก็ไม่ใช่งานถนัดของเขานักแต่ก็ทำได้ดีในงานรวมศิลปินในยุคนั้นวาดรูปผนังโบสถ์ซิสติน

งานรูปของบนผนังโบสถ์นั้นก็เป็นที่โด่งดังอย่างมาก

ศิลปินคนนี้ต้องถือว่าเป็นศิลปินที่อาภัพรักเพราะความรักของเขานั้นไม่สมหวัง และได้เสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะวาดรูปที่นำหน้าของเธอคนนั้นมาเป็นแบบ แม้แต่ภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาและของโลกใบนี้ก็คือ Birth of Venus และความโรแมนติกของเขาก็คือ เขานั้นได้ขอให้ฝังร่างเขาไว้ใกล้กับหญิงสาวที่เขารัก